LINE @

@greenpac

EMAIL

greenpactank@hotmail.com

@greenpac

081 348 1159

EMAIL

ถังเก็บน้ำรั่วซึม แก้อย่างไรดี

ถังเก็บน้ำรั่วซึม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือแม้แต่คอนโดมิเนียม หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แค่น้ำซึมออกมานิดหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมสามารถลุกลามจนสร้างความเสียหายรุนแรง ทั้งด้านค่าใช้จ่าย โครงสร้างอาคาร และสุขภาพของผู้อยู่อาศัย หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่แก้ไขอย่างถูกวิธี อาจต้องเสียค่าเปลี่ยนถังใหม่ ค่ารีโนเวทพื้นหรือผนัง รวมถึงเสี่ยงต่อการใช้น้ำที่ไม่สะอาดโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมายของถังเก็บน้ำรั่วซึม สาเหตุที่พบบ่อย สัญญาณเตือน วิธีตรวจสอบ แนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามประเภทถัง ไปจนถึงวิธีป้องกันในระยะยาว เพื่อให้คุณสามารถจัดการปัญหาถังเก็บน้ำได้อย่างตรงจุด คุ้มค่า และปลอดภัย

ถังเก็บน้ำรั่วซึม แก้อย่างไรดี

ถังเก็บน้ำรั่วซึม คืออะไร และทำไมจึงเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

ถังเก็บน้ำรั่วซึม คือสภาวะที่ตัวถังเก็บน้ำหรือระบบเชื่อมต่อ เช่น รอยต่อท่อ วาล์ว ฝาปิด หรือแนวเชื่อมต่างๆ ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้น้ำค่อยๆไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง ในบางกรณีอาจไม่พบการรั่วไหลในลักษณะน้ำหยดให้เห็นชัดเจน แต่จะปรากฏในรูปแบบของความชื้น คราบน้ำรอบถัง หรือระดับแรงดันน้ำที่ลดลงผิดปกติ แม้การรั่วซึมจะดูเหมือนเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข อาจส่งผลกระทบในหลายด้าน ดังนี้

  • สิ้นเปลืองน้ำโดยไม่จำเป็น ทำให้ค่าน้ำประปาสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • ปั๊มน้ำทำงานถี่กว่าปกติ ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น และทำให้อายุการใช้งานของปั๊มน้ำสั้นลง
  • ความชื้นสะสมรอบถัง อาจทำให้พื้น ผนัง หรือโครงสร้างอาคารเกิดความเสียหาย เช่น แตกร้าว หลุดล่อน หรือเกิดเชื้อรา
  • เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสิ่งสกปรก น้ำจากภายนอกอาจซึมย้อนเข้าสู่ถัง ทำให้คุณภาพน้ำไม่สะอาด และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

ดังนั้น ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และควรรีบตรวจสอบและแก้ไขตั้งแต่ระยะแรก เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามในอนาคต

ถังเก็บน้ำรั่วซึม แก้อย่างไรดี

สาเหตุหลักที่ทำให้ถังเก็บน้ำรั่วซึม

1. อายุการใช้งานของถังเก็บน้ำ

ถังเก็บน้ำทุกชนิดล้วนมีอายุการใช้งานที่จำกัด เมื่อถูกใช้งานเป็นระยะเวลานาน วัสดุของถังจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำลดลง และนำไปสู่ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมในที่สุด

  • ถังเก็บน้ำพลาสติก เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเกิดอาการกรอบ แตก หรือบวม จากการสัมผัสแสงแดด ความร้อน และแรงดันน้ำอย่างต่อเนื่อง
  • ถังเก็บน้ำคอนกรีต มักเกิดรอยร้าวจากการหดตัวของเนื้อปูน การทรุดตัวของโครงสร้าง หรือแรงดันน้ำภายในถัง
  • ถังเก็บน้ำสแตนเลส อาจพบปัญหาบริเวณแนวเชื่อมที่เสื่อมสภาพ หรือเกิดรอยแตกร้าวตามจุดเชื่อมต่อ

เมื่อถังเก็บน้ำเข้าสู่ช่วงปลายอายุการใช้งาน โอกาสเกิดการรั่วซึมจะเพิ่มสูงขึ้น หากไม่ได้รับการตรวจสอบและแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจทำให้ปัญหาลุกลามและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนถังใหม่

2. การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน

การติดตั้งถังเก็บน้ำบนพื้นรองที่ไม่เรียบ การวางถังในลักษณะเอียง หรือการตั้งถังบนโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มแรงกดและแรงบิดให้กับตัวถัง เมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง แรงกระทำเหล่านี้อาจทำให้ผนังถังเกิดรอยร้าวหรือรอยแยกโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การเลือกตำแหน่งติดตั้งถังเก็บน้ำที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่ที่มีการทรุดตัวง่าย หรือบริเวณที่ไม่สามารถรองรับน้ำหนักของถังได้อย่างเพียงพอ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของถังในระยะยาว ดังนั้น การติดตั้งถังเก็บน้ำให้ได้มาตรฐาน ควรตั้งอยู่บนฐานที่แข็งแรง มั่นคง และได้ระดับ เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมตั้งแต่ต้นทาง

3. แรงดันน้ำภายในถังสูงเกินไป

บ้านหรืออาคารที่ใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูง หากไม่มีระบบควบคุมแรงดันที่เหมาะสม อาจทำให้แรงดันน้ำภายในถังสูงเกินกว่าที่โครงสร้างถังจะรองรับได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ถังเก็บน้ำมีระดับน้ำเต็ม แรงดันน้ำจะกระทำต่อผนังถังอย่างต่อเนื่อง เมื่อถังต้องรับแรงดันสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ผนังถังเกิดการแตกร้าว รอยแยก หรือรอยซึมเล็กๆ ซึ่งจะค่อยๆ ขยายตัวและนำไปสู่ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม

ถังเก็บน้ำรั่วซึม เกิดจากอะไร

4. สภาพแวดล้อมรอบถังเก็บน้ำ

ถังเก็บน้ำที่ติดตั้งไว้กลางแจ้ง และต้องสัมผัสกับแสงแดด ความร้อน และฝนอยู่ตลอดเวลา มักมีอัตราการเสื่อมสภาพที่เร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะถังเก็บน้ำพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนต่อรังสี UV เนื้อวัสดุจะค่อย ๆ เปราะ กรอบ และแตกได้ง่าย เมื่อวัสดุของถังเสื่อมสภาพจากสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยร้าวหรือรอยซึม ส่งผลให้เกิดปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น การเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม หรือการป้องกันถังจากแสงแดดและสภาพอากาศ เช่น การทำหลังคาคลุม หรือเลือกใช้ถังที่ทนรังสี UV จะช่วยยืดอายุการใช้งานของถังเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การดูแลรักษาที่ไม่สม่ำเสมอ

การละเลยการดูแลรักษาถังเก็บน้ำ เช่น ไม่เคยล้างทำความสะอาดถัง ไม่ตรวจสอบรอยต่อท่อ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงปล่อยให้มีตะกอนสะสมภายในถังเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้แรงดันน้ำภายในถังไม่สมดุล และทำให้โครงสร้างถังเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ตะกอนและคราบสกปรกที่สะสมยังอาจบดบังรอยรั่วหรือรอยซึมขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน ปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้อาจลุกลามกลายเป็นปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมขนาดใหญ่ และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถังเก็บน้ำรั่วซึม

การสังเกตความผิดปกติของถังเก็บน้ำตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก โดยสัญญาณที่พบบ่อยของปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม ได้แก่

  • ระดับน้ำในถังลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้น้ำมาก
  • ปั๊มน้ำทำงานบ่อยผิดปกติ หรือทำงานเองโดยไม่มีการเปิดก๊อกน้ำ
  • พื้น ผนัง หรือบริเวณรอบถังมีคราบน้ำ ความชื้นสะสม หรือเกิดเชื้อรา
  • มีเสียงน้ำไหล หรือเสียงอากาศเข้าสู่ระบบน้ำ ทั้งที่ไม่มีการใช้น้ำ
  • น้ำที่ใช้งานมีกลิ่น รส หรือสีผิดปกติ อาจเกิดจากการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก

หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมลุกลามและสร้างความเสียหายที่รุนแรงมากขึ้น

วิธีตรวจสอบถังเก็บน้ำรั่วซึมอย่างเป็นขั้นตอน

การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม ตรงจุด ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

ก่อนทำการแก้ไขปัญหา จำเป็นต้องทราบตำแหน่งและสาเหตุของการรั่วซึมให้ชัดเจน การตรวจสอบถังเก็บน้ำอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุด ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยวิธีตรวจสอบถังเก็บน้ำรั่วซึมที่แนะนำ มีดังนี้

  1. ปิดวาล์วน้ำเข้าและงดใช้น้ำภายในบ้านทั้งหมด จากนั้นสังเกตว่าระดับน้ำในถังลดลงหรือไม่
  2. ใช้ผ้าแห้งหรือกระดาษทิชชู่เช็ดรอบตัวถัง เพื่อดูว่ามีจุดซึมหรือความชื้นผิดปกติหรือไม่
  3. ตรวจสอบรอยต่อของท่อ วาล์ว ลูกลอย และฝาปิดถังอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นจุดที่เกิดการรั่วซึมได้บ่อย
  4. สำหรับถังเก็บน้ำคอนกรีต สามารถใช้การเคาะผิวถังเพื่อตรวจหารอยโพรงหรือรอยร้าวภายในโครงสร้าง
  5. ตรวจสอบพื้นที่รอบฐานถัง ว่ามีการทรุดตัว แตกร้าว หรือมีน้ำขังผิดปกติหรือไม่

การตรวจสอบอย่างละเอียดและเป็นขั้นตอน จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมได้อย่างตรงจุด เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน และป้องกันปัญหาการรั่วซ้ำในอนาคต

วิธีแก้ไขตามประเภทของถัง

ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกันในถังเก็บน้ำทุกประเภท ดังนั้นการเลือกวิธีแก้ไขที่ถูกต้องจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจประเภทและวัสดุของถังเก็บน้ำแต่ละชนิด เนื่องจากถังแต่ละประเภทมีคุณสมบัติ ข้อจำกัด และแนวทางการซ่อมแซมที่แตกต่างกัน หากเลือกวิธีซ่อมแซมที่ไม่เหมาะสมกับประเภทของถัง อาจทำให้ปัญหาการรั่วซึมเกิดซ้ำ หรือก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากขึ้นในระยะยาว ดังนั้นการประเมินสภาพถังและเลือกแนวทางแก้ไขให้ตรงกับวัสดุของถังเก็บน้ำ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืนในระยะยาว

ถังเก็บน้ำพลาสติก

ถังเก็บน้ำพลาสติกเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในบ้านพักอาศัย เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา เคลื่อนย้ายง่าย และติดตั้งได้สะดวก อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะถังที่ติดตั้งกลางแจ้ง มักพบปัญหาน้ำรั่วซึม ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อพลาสติกที่ต้องโดนแสงแดดและความร้อนสะสมเป็นเวลานาน

ในกรณีที่รอยรั่วมีขนาดเล็ก เช่น รอยแตกตื้น รอยรั่วเป็นจุด หรือรูขนาดเล็กจากการกระแทก สามารถซ่อมแซมเบื้องต้นได้ด้วยวัสดุ เช่น

  • กาวอีพ็อกซี่สำหรับงานกันน้ำ
  • ซิลิโคนกันน้ำชนิดทนแรงดัน
  • แผ่นไฟเบอร์กลาสหรือแผ่นซ่อมถังพลาสติก

ก่อนซ่อมควรระบายน้ำออกจากถัง ทำความสะอาดบริเวณรอยรั่ว และปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท เพื่อให้วัสดุซ่อมยึดเกาะได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม หากพบว่าถังมีอาการกรอบ แตกหลายตำแหน่ง ผิวถังบาง หรือเกิดการบวมผิดรูปจากแรงดันน้ำ การซ่อมจะไม่ทนทานและมีโอกาสรั่วซ้ำสูง ในกรณีนี้การเปลี่ยนถังใหม่จะปลอดภัยกว่า 

ถังเก็บน้ำคอนกรีต

ถังเก็บน้ำคอนกรีตมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงสูง รองรับปริมาณน้ำได้มาก จึงนิยมใช้งานในบ้านขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ถังเก็บน้ำคอนกรีตก็ยังสามารถเกิดปัญหา ถังเก็บน้ำรั่วซึม ได้ โดยสาเหตุหลักมักเกิดจาก รอยร้าวของคอนกรีต ซึ่งเกิดจากการหดตัวตามอายุการใช้งาน การทรุดตัวของพื้นดิน หรือแรงดันน้ำภายในถังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการซ่อมถังเก็บน้ำคอนกรีตควรเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของรอยร้าว โดยวิธีที่นิยม ได้แก่

  • การใช้ปูนซ่อมโครงสร้างเฉพาะจุดที่ร้าว
  • การฉาบหรือทาวัสดุกันซึมภายในถัง
  • การเคลือบผิวถังด้วยน้ำยากันซึมที่ทนแรงดันน้ำ

ควรตรวจสอบรอยร้าวของถังเก็บน้ำคอนกรีตอย่างละเอียดทั้งด้านในและด้านนอก เนื่องจากรอยรั่วที่เห็นเพียงเล็กน้อย อาจมีรอยร้าวขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ภายใน หากพบว่ารอยร้าวมีขนาดใหญ่ ร้าวลึก หรือเกิดซ้ำบริเวณเดิมบ่อยครั้ง การซ่อมเพียงผิวหน้าอาจไม่เพียงพอ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง เพื่อประเมินความแข็งแรงของถัง และวางแผนซ่อมแซมหรือเสริมโครงสร้างอย่างเหมาะสม 

ซ่อมถังเก็บน้ำรั่วซึม หรือเปลี่ยนใหม่ แบบไหนคุ้มกว่ากัน

เมื่อเกิดปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม หลายคนมักลังเลว่าควรซ่อมแซมถังเก็บน้ำต่อไป หรือเปลี่ยนถังเก็บน้ำใหม่ไปเลยจึงจะคุ้มค่ามากกว่า การตัดสินใจที่เหมาะสมควรพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยนถังเก็บน้ำ

  • อายุการใช้งานของถังเก็บน้ำ หากถังมีอายุการใช้งานเกิน 10–15 ปี วัสดุมักเริ่มเสื่อมสภาพ การซ่อมอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว
  • จำนวนและขนาดของรอยรั่วซึม หากพบรอยรั่วหลายจุด หรือมีรอยร้าวขนาดใหญ่และร้าวลึก โอกาสเกิดการรั่วซึมซ้ำจะสูง
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมถังเก็บน้ำ เมื่อเทียบกับราคาถังเก็บน้ำใหม่ หากค่าซ่อมใกล้เคียงหรือสูงกว่าการเปลี่ยนใหม่ การลงทุนซื้อถังใหม่มักคุ้มค่ากว่า
  • ความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ถังเก็บน้ำที่เสื่อมสภาพอาจสะสมเชื้อโรค หรือมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ส่งผลต่อคุณภาพน้ำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

หากถังเก็บน้ำเริ่มเสื่อมสภาพโดยรวม มีปัญหารั่วซึมซ้ำๆ หรือมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง การเปลี่ยนถังเก็บน้ำใหม่ จะช่วยลดปัญหาในระยะยาว เพิ่มความปลอดภัย และคุ้มค่ากว่าการซ่อมแซมเฉพาะจุดในหลายกรณี

วิธีป้องกันไม่ให้ถังเก็บน้ำรั่วซึมในอนาคต

การป้องกันถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม และช่วยยืดอายุการใช้งานของถังเก็บน้ำในระยะยาว โดยแนวทางที่แนะนำมีดังนี้

  • เลือกถังเก็บน้ำที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณการใช้น้ำ เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งาน
  • ติดตั้งถังเก็บน้ำบนพื้นเรียบและแข็งแรง ที่สามารถรองรับน้ำหนักของถังเมื่อบรรจุน้ำเต็มได้ ลดความเสี่ยงการทรุดตัวและการแตกร้าวของถัง
  • ติดตั้งวาล์วควบคุมแรงดันน้ำ เพื่อป้องกันแรงดันน้ำที่สูงเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดรอยรั่วและรอยร้าว
  • ตรวจสอบและล้างทำความสะอาดถังเก็บน้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของตะกอน เชื้อโรค และช่วยให้มองเห็นรอยรั่วได้ชัดเจนขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการตั้งถังเก็บน้ำกลางแดดจัด หรือควรทำหลังคาคลุมถัง เพื่อลดการเสื่อมสภาพของวัสดุจากความร้อนและรังสี UV
  • ตรวจสอบรอยต่อ ท่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น ลูกลอย วาล์ว และข้อต่อ เพื่อป้องกันการรั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
วิธีป้องกันไม่ให้ถังเก็บน้ำรั่วซึมในอนาคต

ผลกระทบหากปล่อยให้ถังเก็บน้ำรั่วซึมโดยไม่แก้ไข

การปล่อยให้ปัญหา ถังเก็บน้ำรั่วซึม ดำเนินต่อไปโดยไม่รีบแก้ไข อาจส่งผลกระทบในหลายด้าน ทั้งด้านค่าใช้จ่าย ความเสียหายของโครงสร้าง และสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ซึ่งมักทวีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลา โดยผลกระทบที่พบบ่อย ได้แก่

  • ค่าใช้น้ำและค่าไฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น รวมถึงการทำงานหนักขึ้นของปั๊มน้ำ
  • โครงสร้างบ้านหรืออาคารเสียหาย ความชื้นที่สะสมจากการรั่วซึมอาจทำให้ผนัง พื้น หรือฐานรากเสื่อมสภาพ เกิดการแตกร้าว และลดความแข็งแรงของโครงสร้าง
  • เกิดเชื้อรา กลิ่นอับ และปัญหาสุขภาพ ความอับชื้นเป็นสาเหตุของเชื้อรา แบคทีเรีย และภูมิแพ้ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและคุณภาพชีวิต
  • คุณภาพน้ำใช้ลดลง ถังเก็บน้ำที่รั่วซึมอาจทำให้สิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ระบบน้ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของผู้ใช้งาน

ถังเก็บน้ำรั่วซึม แก้อย่างไรให้จบ คุ้มค่า และปลอดภัย

ปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกมองข้าม การเข้าใจสาเหตุของการรั่วซึม สังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก ตรวจสอบถังเก็บน้ำอย่างถูกวิธี และเลือกแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมกับ ประเภทของถังเก็บน้ำ จะช่วยลดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้าน ลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้น้ำภายในครัวเรือน

หากคุณกำลังมองหา ถังเก็บน้ำคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน พร้อมบริการติดตั้งและดูแลหลังการขายอย่างครบวงจร สามารถเลือกสินค้าได้ที่ GREENPAC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถังเก็บน้ำและถังบำบัดน้ำเสีย ภายใต้แบรนด์ GREENPAC และ PCS โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำ ติดตั้ง และดูแลอย่างมืออาชีพ เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่าในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถังเก็บน้ำรั่วซึม

ถังเก็บน้ำรั่วซึมแม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็ว เนื่องจากรอยรั่วขนาดเล็กมักเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในอนาคต แรงดันน้ำภายในถังจะค่อย ๆ ขยายรอยรั่วให้ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น ทำให้ปั๊มน้ำทำงานถี่ ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น และอาจก่อให้เกิดความชื้นสะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านหรืออาคารในระยะยาวได้

ถังเก็บน้ำรั่วซึมบางกรณีสามารถซ่อมเองได้ เช่น รอยรั่วขนาดเล็กบนถังเก็บน้ำพลาสติกที่ยังไม่เสื่อมสภาพมาก โดยสามารถใช้กาวอีพ็อกซี่หรือซิลิโคนกันน้ำที่ออกแบบมาสำหรับงานแรงดันน้ำโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ควรทำความสะอาดและทำให้บริเวณรอยรั่วแห้งสนิทก่อนซ่อม เพื่อให้วัสดุยึดเกาะได้ดีและลดโอกาสการรั่วซึมซ้ำ ในกรณีที่พบว่ารอยรั่วอยู่ในตำแหน่งสำคัญ มีรอยรั่วหลายจุด หรือเป็นถังเก็บน้ำคอนกรีตที่มีรอยร้าวลึก การซ่อมด้วยตนเองอาจไม่เพียงพอและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ เพื่อประเมินสภาพถังอย่างละเอียดและเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม ช่วยลดความเสียหายในระยะยาวและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

การตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยนถังเก็บน้ำรั่วซึมควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเริ่มจากอายุการใช้งานของถังเก็บน้ำ หากถังใช้งานมานานกว่า 10–15 ปี วัสดุมักเริ่มเสื่อมสภาพ กรอบ หรือแตกร้าวได้ง่าย การซ่อมแซมอาจไม่ทนทานและมีโอกาสเกิดปัญหารั่วซึมซ้ำ นอกจากนี้ควรพิจารณาจำนวนและตำแหน่งของรอยรั่ว หากมีรอยรั่วหลายจุด หรือเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมรวมกันอาจใกล้เคียงหรือสูงกว่าการเปลี่ยนถังเก็บน้ำใหม่ ในกรณีดังกล่าว การเปลี่ยนถังใหม่มักให้ความปลอดภัยมากกว่า ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว และคุ้มค่าต่อการใช้งานมากกว่า

ถังเก็บน้ำรั่วซึมสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสุขภาพได้อย่างชัดเจน เนื่องจากรอยรั่วอาจกลายเป็นช่องทางให้สิ่งสกปรก ฝุ่น ดิน เชื้อโรค แมลง หรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกเข้าสู่ถังเก็บน้ำได้โดยตรง นอกจากนี้ ความชื้นที่สะสมจากการรั่วซึมยังเอื้อต่อการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำ แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ต่างๆ เมื่อน้ำภายในถังมีการปนเปื้อน อาจทำให้น้ำมีกลิ่น สี หรือรสชาติผิดปกติ หากนำน้ำไปใช้อุปโภคบริโภคโดยไม่ผ่านการกรองหรือฆ่าเชื้อ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น อาการท้องเสีย การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือการระคายเคืองผิวหนังได้ ดังนั้นเมื่อพบปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึม ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

การป้องกันถังเก็บน้ำรั่วซึมในระยะยาวควรเริ่มจากการเลือกถังเก็บน้ำที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีขนาดเหมาะสมกับปริมาณการใช้น้ำของครัวเรือนหรืออาคาร ควรติดตั้งถังเก็บน้ำบนพื้นเรียบ แข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี เพื่อลดความเสี่ยงการทรุดตัวและการแตกร้าวของถัง นอกจากนี้ ควรติดตั้งวาล์วควบคุมแรงดันน้ำ เพื่อป้องกันแรงดันที่สูงเกินไป ตรวจสอบรอยต่อ ท่อ และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงล้างทำความสะอาดถังเก็บน้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของตะกอน เชื้อโรค และช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเสื่อมสภาพและปัญหาถังเก็บน้ำรั่วซึมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความล่าสุดของเรา