ถังบำบัดน้ำเสียเป็นระบบสำคัญที่ช่วยกำจัดของเสียจากบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยคือ ถังบำบัดน้ำเสียมีกลิ่นเหม็น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย สาเหตุของกลิ่นเหม็นสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการสะสมของของเสียที่ไม่ถูกย่อยสลายอย่างเหมาะสม การอุดตันของท่อระบายอากาศ การใช้สารเคมีที่ส่งผลต่อแบคทีเรียในระบบ หรือแม้กระทั่งการออกแบบและติดตั้งที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิธีการจัดการที่ถูกต้องเพื่อกำจัดกลิ่นและทำให้ระบบถังบำบัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยแรกที่ต้องตรวจสอบเมื่อพบว่าถังบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นคือ การทำงานของระบบ หากระบบทำงานได้ตามปกติ การหมุนเวียนของจุลินทรีย์ในถังควรจะช่วยย่อยสลายของเสียและลดกลิ่นที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการสะสมของไขมัน หรือสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายยาก อาจทำให้เกิดก๊าซไข่เน่าหรือก๊าซมีเทนที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทางแก้ปัญหาคือการใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายของเสีย โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระบบบำบัดน้ำเสียของคุณ การเติมจุลินทรีย์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการย่อยสลาย และลดการสะสมของสารที่ทำให้เกิดกลิ่น
อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นคือท่อระบายอากาศที่อุดตัน ระบบถังบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่จะมีท่อระบายอากาศเพื่อช่วยปล่อยก๊าซที่เกิดขึ้นในถัง หากท่อดังกล่าวอุดตัน ก๊าซเหล่านี้อาจสะสมและก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นในบริเวณโดยรอบ วิธีแก้ไขคือการตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการล้างสิ่งอุดตัน และตรวจสอบว่าท่อไม่ได้ถูกปิดกั้นจากวัตถุแปลกปลอม เช่น ใบไม้หรือเศษขยะ
นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันก็มีผลต่อการเกิดกลิ่นจากถังบำบัดน้ำเสีย การทิ้งของเสียที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ลงในระบบ เช่น พลาสติก เศษอาหารมันเยิ้ม หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์แรง อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ ควรหลีกเลี่ยงการเทน้ำมันลงในท่อระบายน้ำ เพราะน้ำมันสามารถก่อตัวเป็นชั้นไขมันในถัง ทำให้ระบบย่อยสลายทำงานได้ช้าลงและเกิดการสะสมของก๊าซ การใช้ผงซักฟอกหรือสารฟอกขาวในปริมาณมากเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายในถังบำบัด ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบ
หลีกเลี่ยงการทิ้ง ไขมัน น้ำมัน และเศษอาหาร ลงในท่อระบายน้ำ เพราะสามารถทำให้เกิดการสะสมของไขมันและย่อยสลายยาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมีแรงๆ เช่น น้ำยาฟอกขาวหรือผงซักฟอกในปริมาณมาก เพราะอาจทำลายจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายของเสีย
ใช้จุลินทรีย์ชนิดที่เหมาะสมกับระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อช่วยเร่งการย่อยสลายของเสียและลดการเกิดก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น
ดูดตะกอนออกจากถังบำบัดน้ำเสียทุก 1-3 ปี ตามปริมาณการใช้งาน และตรวจสอบระบบท่อระบายอากาศไม่ให้มีการอุดตัน เพื่อให้ก๊าซระบายออกได้อย่างเหมาะสม
ถังบำบัดควรอยู่ในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี และควรเลือกขนาดถังให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียที่ต้องรองรับ
หากมีกลิ่นเกิดขึ้น สามารถใช้ ถ่านกัมมันต์ หรือสารดูดซับกลิ่น ในระบบถังบำบัดเพื่อช่วยลดปัญหากลิ่นเหม็น
หากลองวิธีต่าง ๆ แล้วปัญหากลิ่นเหม็นยังไม่ดีขึ้น ควรตรวจสอบว่าถังบำบัดมีการติดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่ การออกแบบที่ไม่เหมาะสม เช่น การติดตั้งถังในพื้นที่ที่ไม่สามารถระบายอากาศได้ดี หรือการใช้ถังที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสีย อาจส่งผลให้เกิดปัญหากลิ่นสะสมได้ ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนถังบำบัดเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดกลิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดของเสีย การป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นจากถังบำบัดน้ำเสียควรเริ่มต้นตั้งแต่พฤติกรรมการใช้งานที่ถูกต้อง การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ หากมีการจัดการที่ดี ระบบบำบัดน้ำเสียจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดกลิ่นเหม็น และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาดและน่าอยู่มากขึ้น
ติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียกับ GREENPAC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำ และถังบำบัดน้ำเสีย ภายใต้แบรนด์ GREENPAC และ PCS พร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ เรามีทีมติดตั้งผู้เชี่ยวชาญให้บริการ และการดูแ
กลิ่นเหม็นจากถังบำบัดน้ำเสียอาจเกิดจากการสะสมของของเสียที่ไม่ถูกย่อยสลายอย่างเหมาะสม การอุดตันของท่อระบายอากาศ หรือการใช้สารเคมีที่ทำลายจุลินทรีย์ในระบบ นอกจากนี้ การออกแบบถังบำบัดที่ไม่เหมาะสมหรือขนาดถังไม่เพียงพอกับปริมาณน้ำเสียก็อาจทำให้เกิดกลิ่นได้
ควรหลีกเลี่ยงการทิ้งของเสียที่ย่อยสลายยาก ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อจุลินทรีย์ ตรวจสอบระบบถังบำบัดเป็นประจำ และติดตั้งถังบำบัดในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวก หากมีปัญหากลิ่นรุนแรง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
ติดต่อเรา